ก่อนหน้าไม่นานมานี้ ได้ไปรีไฟแนนซ์บ้านที่ซื้อไว้มา 5 ไม่สิ 7 ปีกว่า ๆ กับธนาคารแห่งหนึ่งมาค่ะ
ซึ่งก่อนไปทำเรื่อง ก็ได้ลองหาข้อมูลจากหลาย ๆ ทาง
ทั้งถามคนใกล้ตัว แล้วก็ในเน็ต แต่ส่วนใหญ่มักจะบอกคร่าว ๆ เท่านั้น
ก็เลยไม่ทราบเลยว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไร มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
(ค่อนข้างเอ๋อกับเรื่องนี้พอสมควร)

มาวันนี้ ขอมาบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงเลยก็แล้วกันนะคะ

 

★การรีไฟแนนซ์คืออะไร

- ลองถามจากอากู๋ได้ค่ะ แต่ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ตามสไตล์สีข้างเข้าถู ...ก็คือ การทำเรื่องยื่นกู้กับธนาคารใหม่ ไปปิดยอดกู้กับธนาคารเก่าค่ะ (ซึ่งอาจเป็นธนาคารเดียวกันก็ได้)

 

★ทำไมต้องรีไฟแนนซ์

- ต้องการอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ (ที่ถูกกว่า) ค่ะ

 

★ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์

- ของเราจะเป็นการรีไฟแนนซ์จากธนาคาร A ไปธนาคาร B ซึ่งเป็นคนละธนาคารกันนะคะ ขั้นตอนที่ได้พบเจอมา จะเป็นตามนี้เลยค่ะ

1) ติดต่อขอ Statement สรุปยอดหนี้เงินกู้กับธนาคาร A (เก่า)
- ซึ่งทางธนาคารจะประเมินยอดหนี้ให้คร่าว ๆ โดยประมาณยอดเงินต้น+ดอกเบี้ยที่ต้องชำระไว้ให้ 1 เดือนหลังจากที่ไปติดต่อ
**อาจจะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารนั้น ๆ ค่ะ แต่ของเราไม่เสียนะคะ**

2) นำเอกสารสรุปยอดหนี้ที่ได้มา ไปทำเรื่องยื่นกู้กับธนาคาร B (ใหม่)
- ซึ่งเราต้องดำเนินการทุกอย่างเหมือนยื่นกู้ใหม่เลยค่ะ จากนั้นรอการติดต่อกลับของทางธนาคารค่ะ
**ถ้าหากธนาคารติดต่อกลับมาล่าช้า สามารถโทรไปสอบถามความคืบหน้าได้นะคะ**

3) ขั้นตอนต่อไป เขาจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินทรัพย์สินค่ะ
- เราก็นัดวันที่ทั้งเราและเขาสะดวกได้เลยนะคะ ตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการประเมินด้วย
**การยื่นกู้เพื่อไถ่ถอน จะประเมินเพียงรอบเดียวค่ะ**

4) รอผลว่า "อนุมัติ" หรือ "ไม่อนุมัติ" ถ้าอนุมัติแล้วล่ะก็ไปข้อต่อไปกันเลยค่ะ

5) ติดต่อธนาคาร A เพื่อนัดวันไถ่ถอน
- บอกเหตุผลไปด้วยว่า ย้ายไปธนาคารใหม่ ทางธนาคาร A จะให้เรานัดทำเรื่องที่สำนักงานที่ดินได้ตั้งแต่วันไหน (โดยปกติก็ประมาณ 4-5 วันทำการหลังจากที่เราติดต่อขอไถ่ถอน) ให้เราเลือกวัน แล้วจากนั้น ธนาคาร A จะสรุปยอดหนี้ให้อีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้รับมอบอำนาจของทางธนาคาร ที่จะไปทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินค่ะ
**ยอดหนี้ตรงนี้ จะเป็นเงินต้น+ดอกเบี้ยจนถึงวันไถ่ถอน เราต้องนำยอดหนี้ตรงนี้ ไปแจ้งทางธนาคาร B อีกครั้งค่ะ**

6) ติดต่อธนาคาร B เพื่อนัดวันทำสัญญา+โอนทรัพย์สินที่ใช้จำนอง (ต้องเป็นวันเดียวกันกับที่นัดกับธนาคาร A)

7) วันนัด ทำสัญญาเงินกู้ที่ธนาคาร B จ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
**บางธนาคารก็จะนำสัญญาไปให้เราเซ็นที่สำนักงานที่ดินเลย แต่ของเราต้องไปทำที่สาขาค่ะ**
**ถ้ายอดกู้สูงกว่าราคาไถ่ถอน ธนาคารใหม่จะออกเช็คให้เรา 2 ใบ ใบนึงจ่ายให้กับธนาคารเก่า อีกใบเข้ากระเป๋าเราค่ะ แต่ถ้ายอดกู้ต่ำกว่า เราต้องเตรียมเงินสดไปตอนไปทำเรื่องที่สำนักงานที่ดินด้วยนะคะ
**

8) ไปทำเรื่องโอนที่ ณ สำนักงานที่ดิน ในเขตที่ทรัพย์สิน (อสังหาริมทรัพย์น้อย ๆ) ของเราตั้งอยู่ค่ะ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นด้วยนะคะ
**ผู้ที่ต้องไปดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน นอกจากเราแล้ว จะมีนิติกรของธนาคารเก่า กับเจ้าหน้าที่ของธนาคารใหม่ไปด้วยค่ะ**

9) มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคาร B เป็นหนี้อีกครั้งด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง กลับบ้านแบบตัวปลิวค่ะ (เพราะวันนั้นวันเดียว จ่ายเงินเหมือนกระเป๋าสตางค์รั่วเลย)

 

★สรุป ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ

- เนื่องจากว่า ยอดกู้ใหม่ของเราค่อนข้างน้อย ค่าใช้จ่ายก็อาจจะน้อยตามไปด้วย เพราะบางอย่างก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดกู้ค่ะ

1) ค่า Statement สรุปยอดหนี้ (แล้วแต่ธนาคาร อาจมีหรือไม่มีก็ได้ค่ะ)
2) ค่าประเมินทรัพย์สิน (ของเราประมาณ 1 พันบาท)
3) ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ (ของเราประมาณ 2 พันบาท)
4) ค่าอากรสแตมป์ (ประมาณ 5 บาท)
5) ค่าประกันอัคคีภัย (ไม่แน่ใจว่าบังคับทำหรือเปล่า แต่เราทำ เพราะเบี้ยไม่แพงค่ะ 3 ปี 2 พันกว่าบาทเอง)
6) ค่าเช็ค (อันนี้ไม่แน่ใจว่า เรียกเก็บทุกธนาคารหรือเปล่านะคะ แต่ของเราต้องเสียค่ะ ใบละ 10 บาท 2 ใบก็ 20 บาท เอิ๊ก ๆ)
7) ค่านิติกรรม (จ่ายให้กับธนาคารเก่าตอนไปทำเรื่องที่สำนักงานที่ดิน ของเราประมาณ 800 บาท)
8) ค่าไถ่ถอน จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน (อันนี้ไม่แน่ใจว่าคิดจากอะไร แต่ไม่แพงมากค่ะ คงเพราะยอดกู้เราน้อยด้วยมั้งคะ)
9) ค่าจดจำนอง จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน (1% ของยอดกู้ใหม่หรือยอดประเมิน)
10) ค่าพยาน จ่ายให้กับสำนักงานที่ดิน (อันนี้จ่ายพร้อมกับค่าไถ่ถอน และค่าจดจำนองค่ะ ประมาณ 20 บาทต่อรายการมั้งคะ ถ้าจำไม่ผิด)

ป.ล. ปลากินลิง... ในกรณีที่ไถ่ถอนก่อนกำหนด (ตามสัญญาเงินกู้เก่า) อาจจะต้องเสียค่าผิดสัญญาด้วยนะคะ แต่ของเราไม่เสียค่ะ (แค่เสียดอกเบี้ยแพงมาหลายปีเท่านั้นเอง)

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะรีไฟแนนซ์ต้องลองคำนวนอะไรหลาย ๆ อย่างด้วยตนเองก่อนนะคะ ว่าคุ้มค่ากับการที่จะรีไฟแนนซ์หรือไม่ ในกรณีของเรา ถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ เพราะดอกเบี้ยถูกลงครึ่งต่อครึ่งเลย

 

หวังว่า ข้อมูลที่ได้บอกเล่า คงมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อย ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

#20 By (1.47.95.134|1.47.95.134) on 2015-07-01 12:09

#19 By (49.48.40.203|49.48.40.203) on 2015-02-09 09:12

#18 By (49.230.222.87|49.230.222.87) on 2014-10-11 07:23

#17 By (1.46.39.254|1.46.39.254) on 2014-06-17 22:15

แต่ละธนาคาร มีดอกเบี่ยเปรียบเทียบให้ไหม

#15 By 55555 (103.7.57.18|unknown, 202.28.62.245) on 2013-07-12 09:27

มีประโยชน์มากเลยค่ะ กำลังคิดจะรีไฟแนนซ์พอดี แต่เริ่มต้นไม่ถูก ขอบคุณมากๆค่ะ

#14 By ก้อย (103.7.57.18|115.87.214.47) on 2013-05-31 11:56

เป็นประโยชน์มากเลยๆๆคับผม ขอบคุณครับ

#13 By PainTerY (103.7.57.18|110.169.196.4) on 2013-05-04 17:50

ในกรณีที่กู้ร่วมครั้งแรก กับ ธ.A และจะไป Refinance กับ ธ.B ซึ่งต้องการกู้แค่คนเดียวทำได้หรือไม่ และตอนไปทำนิติกรรมกับ ธ.A ตอนปิดยอดต้องให้ผู้กู้ร่วมไปด้วยหรือเปล่า

#12 By TT (103.7.57.18|202.183.252.178) on 2013-02-25 12:04

สวัสดีคะ ได้ความรู้มากเลยคะ ดิฉันก็กำลังสงสัยเร่ืองรีไฟแนนท์คะ เพราะดอกเบ้ียทำไมแพงจังของธอส.เราสามารถรีไฟแนนท์ได้ม้ัยหลัง2ปีนะคะsad smile kongchuenjit30@gmail.com

#11 By อ้อแอ้ (103.7.57.18|81.225.35.191) on 2013-02-05 04:01

ขอบคุณสำหรับข้อมูลมาก ๆ เลยค่ะ เพราะหาจากอากู๋แล้วก็ไม่ค่อยละเอียดเท่าไร ขอบคุณค่ะ

#10 By ต้อม (103.7.57.18|101.109.118.30) on 2013-02-04 09:08

ต้องการรี่ไฟแนนจากกรุงไทยด่วนค่ะ

#9 By นาลี สีแหงโคตร (103.7.57.18|1.2.133.214) on 2013-01-22 14:27

very nice knowledge, thank you.

#8 By Kwan (103.7.57.18|182.53.178.40) on 2012-12-18 19:57

เยี่ยมมากเลย สำหรับข้อมูล

#7 By jompov (103.7.57.18|223.206.127.27) on 2012-12-15 20:47

ประมาณครึ่งวันค่ะ
แต่คิดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับว่า วันนั้นมีคนมาใช้บริการที่กรมที่ดินเยอะหรือเปล่านะคะbig smile

#6 By sora no hime★空のひめ on 2012-11-24 14:08

ขอถามหน่อยคะ ใช้เวลาทำเรื่องไถ่ถอนที่กรมที่ดินนานมั้ยคะ ?

#5 By 9 (103.7.57.18|218.213.67.226) on 2012-11-23 13:52

การรีไฟแนนซ์เป็นวิธีที่ดี่สุดสำหรับลูกหนี้ เจ้าหนี้มักไม่แนะนำให้รีไฟแนนซ์ เพราะเขาจะเสียโอกาสที่จะได้ดอกเบี้ยในอัตราที่เขาคาดหวังไว้ในอนาคต ดั้งนั้นลูกหนี้ควรหาโอกาสในการรีไฟแนนซ์ อย่าน้อยไม่ควรเกิน 8 ปี ต่อครั้ง ในการส่งดอกเบี้ย ตัวอย่าง เช่น การผ่อนบ้านระยะยาว 15,25,30 ปี การรีไฟแนนซ์ ควรทำหลังจากหมดโปรโมชั่น ของดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ได้เลือกไว้ในครั้งแรก...ข้อดีของการรีไฟแนนซ์ คือได้รับดอกเบี้ยต่ำ เงินต้นหมดเร็วขึ้น... question

#4 By จ้าวบ้าน (103.7.57.18|223.27.236.138) on 2012-09-06 17:44

ตอนที่ไปทำก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกันค่ะ
แต่พอผ่านมาแล้วก็พอจะรู้เรื่องขึ้นบ้าง เอิ๊ก ๆ

#3 By sora no hime★空のひめ on 2012-07-06 15:44

ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้กับเขาเลยแฮะเรา ^^" ขอบคุณที่ช่วยเพิ่มความรู้รอบตัวให้มากขึ้นนะครับ >_<

#2 By seria (103.7.57.18|161.200.84.101) on 2012-07-03 15:52

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!  ขอบคุณบทความดีๆนะค่ะ ^_^ สุดยอดเลยค่ะ

#1 By WunDeE-^O^- on 2012-05-09 15:19

sora no hime★空のひめ View my profile